รู้ไว้ไม่ต้องซ่อม
ถ้าพูดถึงการซ่อมแซมบ้าน คงจะแบ่งได้ 2 ประเด็น ประเด็นที่หนึ่งคือ ส่วนที่เป็นตัวบ้านทั้งหมด และประเด็นที่สองคือ ส่วนที่เป็นงานระบบทั้งหมด เรื่องราวต่อไปนี้จะกล่าวถึงองค์ประกอบของตัวบ้านและงานระบบที่มีโอกาส มีส่วนที่จะสร้างปัญหาต่าง ๆ ให้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือซ่อมแซม เมื่อทราบรายละเอียดแล้ว งานปรับปรุงแก้ไขหรือซ่อมแซมก็จะน้อยลง เพราะสามารถทำให้ถูกกรรมวิธีหรือป้องกันเอาไว้ เริ่มกันที่ตัวบ้านก่อน
พื้นลื่น เพราะใช้วัสดุปูพื้นผิดประเภท โดยเฉพาะพื้นภายนอกบ้านหากเป็นระเบียง เฉลียง เช่น ใช้แกรนิตขัดมันในที่ที่ถูกฝน ใช้กระเบื้องเซรามิกผิวมันแทนที่จะใช้ผิวหยาบ เป็นต้น
พื้นทรุด ปัจจุบันพื้นภายในบ้านมักไม่ทรุด เพราะก่อสร้างโดยใช้พื้นสำเร็จรูปวางบนคาน ถ้าคานและเสาไม่ทรุดพื้นก็จะไม่มีทางทรุด ส่วนพื้นภายนอกนั้น มักจะทรุดเนื่องจากวิธีการก่อสร้าง โดยการตอกเข็มที่ยาวไม่เท่ากัน ทำให้พื้นมีการทรุดตัวแตกต่างกันระหว่างภายนอกกับภายใน ทำให้เห็นรอยแยกของพื้นภายนอกต่ำจากระดับที่เคยเป็น และพื้นจะทรุดตัวลงเรื่อย ๆ จนกว่าจะทรุดตัวเต็มที่การแก้ปัญหาคือ ปล่อยให้พื้นทรุดตัวเต็มที่โดยสังเกตว่าระดับที่ทรุดตัวนั้นไม่มากขึ้นอีก จากนั้นซ่อมแซมรอยแยกของพื้นหรือแนววัสดุบุผิวที่แตกให้เรียบร้อยโดยการเปลี่ยนใหม่
พื้นชื้น ฟังดูแปลก ๆ คือพื้นที่มีความชื้นผ่านขึ้นมา ทำให้วัสดุบุผิวที่เป็นไม้หรือวัสดุใด ๆ ที่ไม่ทนความชื้นเกิดการบวมพองผิดรูป ลักษณะเช่นนี้มักเกิดจากพื้นที่วางอยู่ในระดับดิน หรือถมดินสูงอยู่ใต้ผิวพื้นนั้น วิธีป้องกันก็คือ ใช้แผ่นพลาสติกปูพื้น (ผิวดิน) ก่อนที่จะเทพื้น (คอนกรีต) หรือวางพื้นสำเร็จรูป หลังจากเทพื้นแล้วก่อนปูวัสดุบุผิวต้องเทพื้นทับหน้าเพื่อหาระดับราบ เพื่อเพิ่มระดับตามต้องการ และช่วยกันความชื้นได้อีกขั้นหนึ่ง แต่การเทพื้นทับหน้าดังกล่าวต้องเป็นไปตามกรรมวิธีของการปูวัสดุบุพื้นผิวนั้น ๆ
การแก้ปัญหา หากวัสดุบุผิวมีอาการบวมผิดรูปและหลุดล่อนอันเนื่องมาจากความชื้นใต้ผิวพื้นนั้น คงจะมีทางเดียวคือรื้อทิ้งตามบริเวณที่เป็น แล้วทาพื้นที่ชื้นด้วยวัสดุกันชื้น แล้วจึงปูหรือกรุวัสดุกรุผิวลงไปใหม่
สีล่อน ปัญหานี้เราพบกันบ่อยทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากความชื้นจากผิวดินจากพื้นชั้นล่างที่ค่อย ๆ ซึมผ่านผิวพื้นนั้นผ่านผนังขึ้นมา จึงทำให้สีล่อน สีทาผนังส่วนใหญ่มักเป็นสีพลาสติก (สีผสมน้ำ) จึงหลุดล่อนได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทาบนพื้นผิวที่ชื้น สีจะไม่แห้งและเกาะติดผิวพื้นนั้น ทำให้ล่อนในที่สุด การป้องกันคือ ต้องทาสีรองพื้นบนผิวพื้นที่แห้งสนิท สะอาด ไม่มีคราบน้ำ น้ำมัน ฝุ่นผง จากนั้นทาทับด้วยสีพลาสติก แต่ถ้าพบสีที่หลุดล่อนแล้วจะต้องแก้ไขโดยขูดลอกสีที่หลุดล่อน (เป็นแผ่น) นั้นออก แล้วทิ้งให้ผิวพื้นนั้นแห้งสนิท ทาสีรองพื้น แล้วตามด้วยสีพลาสติก แต่ถ้าเป็นผิวพื้นที่มีโอกาสเปียกชื้นอยู่เสมอควรใช้สีกันเชื้อรา
อย่างไรก็ตาม ผิวพื้นบางแห่งอาจหมดสภาพเนื่องจากความชื้น เช่น ผนังอิฐมอญก่อ ผนังไม้ที่ผุกร่อน จำเป็นต้องแก้วัสดุนั้นก่อน
ประตูหน้าต่างปิดไม่ได้ ส่วนใหญ่เกิดมาจากประตูหน้าต่างนั้น ๆ ทำด้วยไม้จึงมักจะบวมหรือขยายตัว ทำให้มีขนาดใหญ่กว่าวงกบ สุดท้ายก็ต้องเฉือนหรือไสออก คงเป็นเรื่องยากที่จะหาประตูหน้าต่างไม้ที่ทำมาจากไม้ที่แห้งสนิท ไม่มีการยืดขยาย ปัจจุบันจึงมีประตูหน้าต่างทำจากวัสดุสังเคราะห์ ทำจากพีวีซี ซึ่งทนความเปียกชื้นและไม่ขยายตัว
อีกประการหนึ่งคือ ประตูหน้าต่างตก “ตก” ในที่นี้คือบานพับที่ยึดประตูหน้าต่างผิดขนาด ผิดตำแหน่งและจำนวน ทำให้รับน้ำหนักประตูหน้าต่างนั้น ๆ ไม่ได้จึงเอียงตัวลง (บ้าง) เมื่อปิดจึงไม่ตรงกรอบวงกบ วิธีแก้คือ เปลี่ยนขนาด ขนิดบานพับแบบมีแหวนรองที่แกนบานพับ ใช้บานพับอย่างดี และควรใช้บานพับตอนบนให้มากกว่าตอนล่างของประตูหน้าต่าง ทั้งนี้เพื่อรับน้ำหนักได้โดยตรง
ในกรณีที่เป็นประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมเราจะพบปัญหาของการตกรางเลื่อนหรือเลื่อนลำบาก เนื่องจากเดือยหรือลูกรอกสำหรับเลื่อนตามรางผิดขนาด รับน้ำหนักประตูนั้น ๆ ไม่ได้ และอาจเป็นของราคาถูก คุณภาพจึงไม่ดี การแก้ไขคือ เปลี่ยนระบบลูกรอกเป็นอย่างดี หรือเปลี่ยนระบบรางเลื่อนทั้งหมดเป็นอย่างดี นอกจากนี้การออกแบบประตูที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติมาก ทำให้มีน้ำหนักมาก เป็นปัญหากับระบบรางเลื่อน จึงต้องพิจารณาขนาดที่เหมาะสมตามมาตรฐานหรือใหญ่กว่ามาตรฐานไม่มากนัก
น้ำซึมตามวงกบ น้ำกับตัวสถาปัตยกรรมเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายกรณี และเป็นสิ่งที่ต้องป้องกันแก้ไขมากที่สุด ปัญหาหนึ่งก็คือน้ำซึมตามวงกบ โดยเฉพาะวงกบอะลูมิเนียม เนื่องจากไม่ยาแนวให้แน่นหนา หลายครั้งเกิดจากน้ำไหลไปตามแนววงกบและซึมลงร่องภายในวงกบ แล้วมาไหลออกบริเวณจุดหักมุมจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ น้ำจึงไหลเข้าภายในอาคารได้เสมอ เราจึงต้องใช้ซิลิโคนยาแนวเชื่อมต่อเหล่านี้ด้วย ทั้งบนบริเวณที่น้ำไหลเข้าและไหลออก บ่อยครั้งที่ผู้ติดตั้งอะลูมิเนียมจะลืมนึกถึงบริเวณเหล่านี้ เช่นเดียวกับมาตรฐานในการทำงานซึ่งต่ำหลายครั้งจะไม่สนใจในประเด็นดังกล่าว
น้ำขัง น้ำขังในที่นี้หมายถึงผิวพื้นของอาคารไม่ราบเรียบและไม่เทลาดเอียงไปยังท่อระบายน้ำ ปัญหาน้ำขังบนพื้นอาคารจึงพบเห็นได้บ่อย สาเหตุก็คือไม่มีการจับระดับหรือทำพื้นให้ลาดเอียงไปยังปากท่อระบายน้ำที่ต้องการ ซึ่งเกิดจากความขี้เกียจของช่างในการหาระดับน้ำ หาความลาดเอียง ส่วนใหญ่จะกะด้วยสายตา ปัญหาเช่นนี้เราพบมากที่สุด การแก้ไขทำยาก นอกจากเทพื้นใหม่ให้ได้หลักเกณฑ์ดังกล่าว เราพบปัญหานี้กับพื้นหรือลานโล่งต่าง ๆ และที่เป็นปัญหามากที่สุดคือกับพื้นดาดฟ้าซึ่งเป็นพื้นปูนเรียบ น้ำที่ขังอยู่จะค่อย ๆ ซึมผ่านตัวคอนกรีต (หลังคา) ลงไป และเลยไปยังฝ้าเพดาน เหล่านี้คือปัญหาทั้งสิ้น
การแก้ไขโดยปูหรือทาวัสดุกันซึมชนิดต่าง ๆ นั้นก็ได้ผล แต่ควรทำพื้นให้มีความลาดเอียงไปยังท่อระบายน้ำ ซึ่งจะต้องกำหนดไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การหาระดับลาดเอียงจะช่วยให้น้ำขังน้อยที่สุด ปัญหาการรั่วซึมก็จะไม่เกิด เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติเช่นกันในการทำพื้นห้องน้ำ
หลังคารั่ว หลังคารั่วมีหลายกรณี ส่วนใหญ่เกิดจากรอยต่อของหลังคารูปทรงต่าง ๆ โอกาสที่จะรั่วจากแผ่นกระเบื้องหลังคานั้นมีไม่มาก นอกจากมุงหลังคาผิดวิธี สาเหตุที่เราพบบ่อยก็คือรั่วจากแนวปีกนกบังขอบหลังคา รั่วจากรางน้ำ
ประการแรกจะพบมากที่สุด เพราะการยาแนวปีกนกกับหลังคามักจะไม่เรียบร้อยแน่นหนา น้ำซึมผ่านได้ และปูนที่ใช้ยาแนวนั้นก็ไม่ได้กันน้ำแท้จริง จึงต้องเพิ่มความพิถีพิถันในการทำ และควรใช้วัสดุยาแนวโดยตรง
ประการที่สองคือ น้ำรั่วจากรางน้ำมักมาจากการเอ่อล้นเพราะรางน้ำ ท่อระบายน้ำอุดตัน น้ำจึงเอ่อล้นย้อนเข้ามาภายในโครงหลังคาและไหลผ่านฝ้าลงมา การแก้ไขคือ ควรทำท่อระบายให้ใหญ่พอ อย่างน้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว และต้องใช้หัวกะโหลกครอบปากท่อระบายเพื่อป้องกันการอุดตันเฉียบพลัน รางระบายน้ำชุดหนึ่ง ๆ ควรมีท่อระบายน้ำให้มากและทันต่อการระบายน้ำ ควรอยู่ที่หัวมุมต่าง ๆ ถ้ารางน้ำมีช่วงยาวมากก็ให้เพิ่มท่อระบายน้ำที่ช่วงกลาง
ระบบปรับอากาศ ถือเป็นงานระบบทางวิศวกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการติดตั้งของช่างหรือวิศวกร ปัญหาคือเลือกใช้เครื่องปรับอากาศไม่เหมาะกับห้อง เช่น ใช้ขนาดเล็กเกินไป ความเย็นไม่เพียงพอ วางในตำแหน่งผิด ทำให้ได้ความเย็นไม่ทั่วถึง หรือเครื่องต้องทำงานตลอดเวลา แต่ปัญหาที่เราพบได้คือน้ำรั่วจากเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากท่อระบายน้ำไม่แน่นหนา ไม่อยู่ในระดับลาดเอียงให้น้ำระบายได้ง่าย อีกปัญหาหนึ่งก็คือมีน้ำแข็งเกาะที่หน้ากาก ซึ่งปัญหานี้มีสาเหตุมาจาก 2 กรณี คือ
1. ใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่กว่าปริมาตรของห้อง ทำให้ห้องเย็นมากแม้ปรับอุณหภูมิให้สูง แต่เครื่องยังมีประสิทธิภาพในการทำความเย็นมากอยู่ ซึ่งทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะดังกล่าว
2. น้ำยาแอร์ไม่พอเพียง ทำให้ไม่สามารถดึงความร้อนจากห้องได้หมด ห้องจะไม่เย็น แต่น้ำยาแอร์ในส่วนที่สามารถทำงานได้จะไปทำให้หน้ากากแอร์เย็นและเกิดน้ำแข็งเกาะ ในขณะที่ห้องร้อนกว่าก็จะไปละลายน้ำแข็งที่เกาะนั้นให้หยดลงพื้นเป็นปัญหาตามมาอีก การแก้ไขคือต้องเติมน้ำยาแอร์ให้เต็มตามกำหนด อาการเช่นนี้ช่างจะทราบดี นอกจากนี้แล้วการเปิดแอร์ควรตั้งระดับความเร็วพัดลมอยู่ปานกลาง เพื่อพ่นอากาศที่ปรับแล้วออกมาที่ห้องได้เร็วและมาก เป็นการถ่ายเทและปรับอากาศในห้องได้ทั่วถึง หลายครั้งเราจะพบว่าหากตั้งอุณหภูมิต่ำ พัดลมเป่าค่อยจะทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะที่หน้ากากได้เช่นเดียวกัน และปัญหาดังกล่าวก็จะตามมา กรณีนี้เราจะเห็นว่าที่เครื่องปรับอากาศจะมีปุ่มตั้งความเร็วพัดลมอัตโนมัติเพื่อปรับความเร็วลมตามอุณหภูมิของเครื่อง เพื่อป้องกันน้ำแข็งเกาะ และยังช่วยปรับอากาศภายในห้องได้ทั่งถึง
ในกรณีที่เราใช้เครื่องปรับอากาศขนาดพอเหมาะกับห้อง เราไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิให้ต่ำ เช่น 22-25 องศาเซลเซียส แต่สามารถตั้งได้ที่ 27 องศาเซลเซียส เพราะเครื่องจะทำให้ห้องเย็นได้ตามสมรรถนะ และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึง 27 องศาเซลเซียส เครื่องก็จะตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ช่วยทำให้ประหยัดไฟและเมื่ออุณหภูมิห้องร้อนขึ้นอีก เครื่องก็จะสั่งให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน วิธีนี้ช่วยประหยัดไฟ รักษาสมรรถนะของเครื่องและไม่ทำให้ห้องเย็นเกินความจำเป็น
ระบบไฟฟ้า ทั้งระบบไฟฟ้าใช้และระบบไฟฟ้าแสงสว่างเป็นระบบที่มีปัญหาไม่มากนัก เพราะการเดินสายติดตั้ง ดวงโคม ปลั๊ก เป็นไปตามมาตรฐาน ถือเป็นข้อดีกว่าระบบอื่น ๆ ปัญหาที่เกิดมักมาจากการใช้ไฟเกินปริมาณที่จะใช้ได้ จากที่ขอเอาไว้กับการไฟฟ้า ฯ ทำให้ไฟดับเพราะฟิวส์ที่มิเตอร์จะขาด การแก้ไขคือพยายามเฉลี่ยการใช้ไฟ อย่าเปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกัน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องขอไฟเพิ่มมากขึ้นจากปกติ 15 แอมป์เป็น 50 แอมป์ขึ้นไป
ระบบน้ำ ระบบน้ำในที่นี้คือระบบน้ำใช้และน้ำทิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นตัวปัญหามากที่สุดของอาคารแทบทุกชนิด เพราะการรั่วซึม เปียกชื้น จะทำให้วัสดุต่าง ๆ เสียหาย เราจะเห็นว่าปัจจุบันแทบทุกครัวเรือนจะต้องใช้ปั๊มน้ำเพื่อช่วยให้น้ำแรงและไปยังบริเวณต่าง ๆ ของบ้านได้ทั่วถึงปั๊มที่ใช้เป็นปั๊มแรงดัน เมื่อเปิดน้ำใช้ ปั๊มก็จะทำงานดันน้ำไป เมื่อปิดน้ำ ปั๊มก็จะหยุด แต่ปัญหาก็คือ ปั๊มมักจะทำงานเป็นช่วง ๆ ทั้งที่ไม่ได้เปิดน้ำใช้ สาเหตุก็คืออุปกรณ์และสุขภัณฑ์ที่ต้องใช้น้ำหรือนำน้ำมีการรั่วซึม ซึ่งจะให้ลักษณะเหมือนโรงเปิดน้ำใช้ เมื่อทั้งน้ำและอากาศเล็ดลอดออกไป ปั๊มก็จะทำงานทันที ทำให้เปลืองไฟโดยใช่เหตุ ดังนั้นในการเดินท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องพิถีพิถันไม่ให้เกิดจุดรั่วไหล เช่นข้อต่อท่อต่าง ๆ และที่เป็นปัญหาชัดเจนที่สุดคืออุปกรณ์น้ำใช้ เช่น ก๊อกน้ำ ฝักบัวชำระ ระบบน้ำชำระโถปัสสาวะ หม้อน้ำชักโครก เหล่านี้จะมีการใช้น้ำและน้ำเข้ามาแทนที่ตลอดเวลา ถ้ามีการรั่วซึมแม้เพียงเล็กน้อย ในที่สุดน้ำที่พร่องไปก็จะถูกทดแทนโดยแรงดันน้ำเข้าซึ่งจะสั่งให้ปั๊มทำงานทุกครั้ง การประกอบติดตั้งต้องให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระวังเรื่องเม็ดกรวดทราย คราบสกปรก ไปขวางวาล์วหรือแผ่นเปิดปิดน้ำของอุปกรณ์นั้น ๆ ทำให้น้ำรั่ว ปั๊มก็จะทำงาน ดังนั้นถ้าเจอปัญหาเหล่านี้ ไล่ตรวจดูอุปกรณ์ใช้น้ำต่าง ๆ ก่อน จากนั้นถ้าทำได้ให้ดูข้อต่อท่อ ข้อสำคัญ การใช้ปั๊มพวกนี่ควรใช้ขนาดแรงดันที่พอเหมาะ ทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดค่าซื้อ การใช้แรงดันที่มากไปจะทำให้แรงดันในท่อน้ำทั้งระบบสูง ทำให้ข้อต่อหลุด อุปกรณ์น้ำหลุด หรือมีน้ำรั่วซึม การเลือกใช้อุปกรณ์ราคาถูกมักไม่ได้มาตรฐาน วาล์วปิดเปิดคุณภาพไม่ดี น้ำรั่วซึมง่าย เหล่านี้ทำให้ปั๊มน้ำทำงานโดยไม่จำเป็นได้ทั้งสิ้น
ปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเท่าที่พบบ่อยมักจะเป็นเรื่องน้ำรั่วซึม อย่างห้องน้ำนั้นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังพบได้บ่อยว่ามีน้ำซึมจาก (พื้น) ห้องน้ำลงข้างล่าง สาเหตุมาจากแนวที่ฝังท่อผ่านพื้น ได้แก่ ท่อส้วม ท่อน้ำทิ้ง ทั้งจากท่อระบายน้ำที่พื้น ท่อระบายน้ำจากห้องอาบน้ำ จากอ่างอาบน้ำ ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้มงวดในการเจาะ ฝังท่อ และการยาแนวกินน้ำ แต่ถ้าเกิดปัญหาหลังจากนั้นจะต้องสกัดแนวโดยรอบอีกนิดให้เกิดเป็นแนวลึกและกว้างอย่างน้อย ½-1 เซนติเมตร แล้วอุดด้วยสารยาแนวชนิดต่าง ๆ เช่นซิลิโคนที่ใช้กับตู้ปลา หรือกัมกรีต
ปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและพบได้เสมอ หากจะมีมากกว่านี้ก็เป็นปัญหาเฉพาะกรณีที่เกิดจากสภาพการต่าง ๆ กัน มักขึ้นอยู่กับโครงสร้าง ระบบวัสดุ ถ้ามีกรณีพิเศษใดที่น่าสนใจจะสรุปมาให้ทราบกันอีกที…สวัสดี