ฮวงจุ้ยกับตำแหน่งที่ดิน
เรียน คุณวรวิทย์
ผมและภรรยาได้ติดตามอ่านหนังสือ “บ้านและสวน” ทุกฉบับมาประมาณหนึ่งปีแล้ว เราได้ซื้อที่ดินเปล่าไว้แปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ 12 ตารางวา ตอนนี้เราจะปลูกบ้าน ผมและภรรยาติดใจแบบบ้านที่คุณวรวิทย์ออกแบบให้คุณกตัญญูตา ใจหลี ในฉบับที่ 303 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2544 ทั้งแบบแปลนและห้องต่าง ๆ ของตัวบ้านและการเล่นระดับถูกใจผมและภรรยามาก เราตกลงใจให้ช่างสร้างตามในหนังสือทุกอย่าง
แต่ผมมีปัญหา คือ ที่ดินของผมด้านหน้าจะติดกับโค้งถนน (ตามแบบที่ผมร่างมาให้) แต่ไม่ใช่ถนนใหญ่นะครับ เป็นถนนลาดยางรอบ ๆ หนองน้ำธรรมชาติของเทศบาล ผมเลยอยากจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับ “ฮวงจุ้ย” ของบ้านและที่ดินว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรจะแก้ไขจุดบกพร่องตรงไหน อย่างไร และประตูหน้าบ้านควรจะอยู่ทางทิศใดจึงจะเหมาะสม หวังว่าคงจะไม่รบกวนคุณวรวิทย์มากเกินไปนะครับ ผมมีโครงการจะปลูกบ้านเร็ว ๆ นี้ กรุณาตอบผมในฉบับต่อไปด้วยนะครับ
อีกนิดหนึ่งนะครับ ขอความกรุณาคุณวรวิทย์ช่วยออกแบบบ้านบนเนินเขาสักหลังนะครับ เป็นบ้านชั้นเดียว ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีเตาผิง มีระเบียงไว้รับลมหนาวตอนเช้า ๆ ผมอยากได้บ้านอิฐสีธรรมชาติสลับกับไม้แบบเรียบ ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศทางเหนือด้วยนะครับ หวังว่าคงจะไม่ขอมากเกินไปนะครับ
สราวุทธ - สุดาพร ศรีพิทักษ์
เชียงราย
ผมไม่ใช่นักภูมิพยากรณ์ แต่ก็ต้องสัมผัสกับศาสตร์ “ฮวงจุ้ย” มาโดยตลอด ทั้งการออกแบบบ้าน ออกแบบสวน ผมจึงอิงศาสตร์นี้ตามเหตุและผลในเชิงกายภาพและสถาปัตยกรรมเท่านั้น
อย่างอื่นที่ไม่มีผลเสียต่อวิชาสถาปัตยกรรมผมย่อมรับได้ ปัจจุบันเจ้าของบ้านหลายรายให้ความเชื่อถือกับศาสตร์นี้มาก บางท่านถึงกับใช้เป็นสิ่งที่จะชี้เป็นชี้ตายให้กับตนเองมากกว่าดูสภาพความเป็นจริงของตนเอง ทั้งขนาด ทำเลที่ตั้งของที่ดิน และเงินในกระเป๋า โชคดีที่พวกเราส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เรามี “ธรรมะ” ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่เยี่ยมยอด คือ “การเดินสายกลาง” พร้อมกับมรรค 8 ดังนั้นหากจะทำอะไร เชื่อถืออะไร ก็ให้ยึด “สายกลาง” เข้าไว้ ชีวิตจะเป็นสุข แปลว่าการแข็งและอ่อนเกินไปชีวิตจะมีทุกข์ เรื่องราวของภูมิพยากรณ์นั้น ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่ผู้ที่เอาเนื้อหานี้ไปใช้ ไปสรุป และตัดสิน ซึ่งกล้าสรุปได้ว่าผลออกมาไม่เหมือนกัน อย่างนี้แล้วเราจะทำอย่างไร จะเชื่อหรือต้องทำอย่างไรกับข้อมูลที่แตกต่างกัน เป็นประเด็นสำคัญอันดับแรกที่ “ซินแส” ทั้งหลายต้องหารือกันว่าเราจะสรุปคำตอบในเรื่องเดียวกัน ตัวแปรเดียวกัน ให้เหมือนกันได้อย่างไร
ประเด็นที่สอง คือ การนำข้อมูลของฮวงจุ้ยมาใช้ควรจะเป็นการแก้ไข แก้เคล็ด และแก้ปัญหาให้เจ้าของบ้านตามศาสตร์นั้น ๆ ด้วยเหตุผลในเชิงปฏิบัติ มิใช่ตั้งตัวเป็นเผด็จการ สั่งให้รื้อ ทุบ หรือปรับเปลี่ยนผนังอาคารโดยไม่มีข้อแม้และขัดแย้งกับความเป็นจริงในเชิงกายภาพของอาคาร (ผมไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างในเรื่องนี้)
สองประเด็นนี้แหละครับที่จะทำให้ “ฮวงจุ้ย” อยู่กับมนุษย์ในภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้ง “ฐานะ” ของเขาได้ในปัจจุบัน ดังนั้นกรณีที่คุณสราวุทธถามมานั้น ผมจะตอบในเชิงของวิชาสถาปัตยกรรมและฮวงจุ้ยผสมกันไป
ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว บ้านที่ปลูกอยู่หน้าหนองน้ำธรรมชาติซึ่งมีถนนล้อมรอบนั้นถือว่าเป็นทำเล “ชัยภูมิ” โดยเฉพาะที่ดินที่หันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ตัวบ้านจะได้ความชุ่มชื้นจากไอน้ำแสงแดดที่ส่องกระทบผืนน้ำในเวลาบ่ายจะสะท้อนออกจากตัวบ้าน จึงหมดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนเข้าบ้าน ที่ดินของคุณมีถนนล้อมสองด้าน คือทิศตะวันออกและทิศใต้ ทำประตูรั้วได้ทั้งสองทางแต่ควรเลือกด้านทิศใต้ เพราะโรงรถจะช่วยบังแดดอ้อมใต้ได้มาก ประการสำคัญ จากถนนหลวงจะเข้าถึงที่ดินก่อน โดยวิ่งจากทิศใต้เลี้ยวขวาขึ้นไปก็ถึงที่ดินแล้ว ระเบียงหน้าบ้านควรทำหลังคายื่นคลุมให้พอเหมาะ แล้วจัดวางห้องอยู่อาศัย ห้องอาหาร ไปทางทิศตะวันออก (เห็นหนองน้ำ) ก็จะดีมาก
คงตอบคำถามให้คุณได้มากพอ สำหรับแบบบ้านที่ขอมานั้น ผมได้ออกแบบเอาไว้เป็นระยะ ๆ ในคอลัมน์ “บ้านในฝัน” ลองพลิกดูเล่มเก่า ๆ นะครับ