you can swallow a pint of blood before you get sick...

ปัญหานักศึกษา

นานมาแล้วมีนักศึกษาเขียนมาถามปัญหาหนึ่งทางนิตยสาร ผมเห็นว่าน่าสนใจดีเลยนำมาให้อ่านกันครับ

คือตอนนี้หนูอายุ 17 ปี เรียนที่วิทยาลัยเทคนิค แผนกเทคนิคสถาปัตย์ อยู่ปี 3 อยากให้คุณอาแนะนำการระบายสี เพราะอาจารย์ให้วาดภาพ ออกแบบใส่ในกระดาษร้อยปอนด์ ว่าทำอย่างไรงานจึงจะออกมาดูดี ควรใช้สีอะไร ความหนักเบาของเงา เฉด และชาโดว์ เพราะอาจารย์ที่วิทยาลัยส่วนมากจะให้นักศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเอง นี่แหละค่ะคือปัญหาอันใหญ่ยิ่งของเพื่อนนักศึกษาในห้อง บางคนเขาท้อกับการค้นคว้าเอง และเพื่อนบางคนจึงไม่อยากเรียนด้านนี้ หนูเสียดายแทนเพื่อนค่ะ เพราะนี่ก็จบ ปวช. แล้ว ต่อไปก็คงต้องต่อ ปวส. และหนูอยากให้คุณอาแนะนำว่าควรจะต่ออะไรดี คือหนูชอบงานด้านออกแบบตกแต่งภายในและภายนอกมาก แต่ฝีมือไม่ดี และก็สนใจงานด้านการก่อสร้างอยู่เหมือนกัน แต่หลักสูตรที่หนูเรียนมามีแต่วิชาออกแบบสถาปัตย์ ออกแบบตกแต่งภายใน เขียนแบบก่อสร้าง ภาพร่าง วิชาวิธีและวัสดุก่อสร้างและกลศาสตร์โครงสร้าง และก็วิชาสามัญ คุณอาว่าถ้าหนูจะพยายามศึกษาข้อมูลของวิชาการก่อสร้างก่อนจะจบ แล้วต่อก่อสร้าง คุณอาว่าจะสามารถเรียนต่อกับผู้ที่จบด้านก่อสร้างโดยตรงได้หรือไม่คะ และเรื่องที่หนูจะรบกวนอีกเรื่องหนึ่ง คือ ในฐานะที่คุณอาเป็นสถาปนิกคนหนึ่ง คือหนูอยากทราบว่าคุณอาเรียนวิชาอะไรบ้างในขณะเป็นนักศึกษา

บุณฑยารัตน์

ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณที่หนูยังนึกถึงคนแก่ เพราะอารู้สึกว่าเด็ก ๆ สมัยนี้จะมีโลกมีกลุ่มมีเพื่อนของตัวเอง มีแนวความคิดที่แตกต่างจากเมื่อก่อน มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และมีสิ่งบันเทิงเริงรมย์ตามวัยมากมายกว่าสมัยของอา โดยเฉพาะกับกลุ่มดาราวัยรุ่น นักร้อง นักแสดง ที่มีมากมายยั้วเยี้ยไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

อาขอชมหนูว่าเป็นเด็กที่รักและสนใจการเรียนมาก ดูจากสำนวนจดหมายแล้วบอกได้ว่าเขียนออกมาจากใจ แต่คำปรึกษาของหนูนั้นไม่อาจจะแก้ปัญหาให้หนูได้โดยกระดาษและข้อมูลไม่กี่บรรทัด แต่จะต้องประกอบไปด้วยการฝึกฝน การทำงานอย่างจริงจัง และต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม เมื่อหนูปรึกษามา อาก็จะจับประเด็นตอบให้หนูดังนี้นะจ๊ะ

  

  1. การเรียนทางด้านเทคนิคสถาปัตย์นั้นเป็นพื้นฐานที่จะทำงานเป็นผู้ช่วยสถาปนิก ตั้งแต่การเขียนแบบ การเสนอ (PRESENT) แบบ การใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ (AUTO CAD, CAD-CAM) การใช้กรรมวิธีในการออกแบบเชิงวิศวกรรม เชิงการก่อสร้าง การเรียนในสายวิชานี้สามารถเรียนจนจบอนุปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงในเชิงสถาปัตยกรรมได้ และสามารถต่อสายสามัญเพื่อเอาปริญญาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้ เพื่อน ๆ ที่ไม่อยากเรียนทางนี้คงเป็นเพราะไม่รู้จะเรียนอะไร เพราะคนที่เรียนทางนี้ส่วนใหญ่จะมีหัวทางงานขีดเขียนทั้งสิ้น อาอยากจะบอกว่า การเรียนไม่ว่าจะสาขาวิชาใด สายใด จำเป็นต้องมีการค้นคว้าทั้งสิ้น เพื่อทราบประวัติศาสตร์ ทราบทฤษฎี ทราบข้อมูลประกอบต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นเราจะออกแบบสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้ เหมือนกับการออกแบบรถยนต์ เราจะต้องรู้เรื่องเชิงเทคนิควิศวกรรมทางกลศาสตร์ พลศาสตร์ ทางสรีรวิทยา ทางแสงสีและเสียง และเรื่องราวของระบบเครื่องยนต์ต่าง ๆ ดังนั้นไม่ใช่ว่ามีกระดาษบนโต๊ะแล้วจะเขียนรูปรถยนต์ออกมาได้เลย และถ้าได้ก็เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

ดูเหมือนว่าหนูจะขอบทั้งงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน (มัณฑนศิลป์) และงานก่อสร้าง อาแนะนำให้หนูเรียนหรือฝึกฝนทางมัณฑนศิลป์จะเหมาะกับหนูในทุกกรณี เนื่องจากเป็นผู้หญิง การออกไปตรากตรำสมบุกสมบันในงานก่อสร้างนั้นคงไม่เหมาะกับผู้หญิงกระมัง เรื่องฝีมือไม่ดีนั้นสามารถฝึกฝนกันได้ และถ้ามีความพยายาม ความตั้งใจจริง หนูก็จะทำได้ดีกว่าเกณฑ์ปกติ เรื่องงานที่อาจารย์มอบหมายให้นั้นก็เป็นการเรียนตามปกติของสาขาวิชาชีพนี้ อาจารย์เขาอาจให้หลักการ แต่เขาจะไม่จับมือหนูทำเป็นอันขาด เหมือนการเรียนสถาปัตยกรรมที่อาจารย์จะให้โจทย์เพื่อการออกแบบ เช่น ให้ออกแบบตึกสำนักงาน “บ้านและสวน” หนูก็ต้องไปศึกษาว่า “บ้านและสวน” ประกอบด้วยบุคลากรประเภทใด ทั้งหมดกี่คน แต่ละคนแต่ละกลุ่มมีกิจกรรมประเภทใด ต้องใช้พื้นที่และลักษณะการทำงานอย่างไร ฯลฯ แล้วเอาข้อมูลเหล่านี้ไปออกแบบเป็นตัวอาคารออกมา ดังนั้นปัญหาอันยิ่งใหญ่ของเพื่อนหนูก็คือเรื่องปกติในการเรียนในวิชาชีพนี้ ดังนั้นเราจะท้อไม่ได้ เพราะมันคือ “หัวใจ” ของการเรียน วิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพสร้างสรรค์แต่สิ่งสวยงามที่มีประโยชน์ใช้สอย เป็นวิชาที่สนุกสนานกว่าวิชาทางสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์แขนงต่าง ๆ โจทย์ของหนูคือ จะวาดภาพอย่างไรให้ออกมาดูดี มีความสวยงาม การค้นคว้าที่ง่ายที่สุดคือดูจากหนังสือเกี่ยวกับ PAINTING ทั้งสีน้ำ สีน้ำมัน สีอะคริลิก ซึ่งจะมีวิธีการบอกไว้ จากนั้นให้ลอกงานนั้น ๆ จากที่เห็นในหนังสือตามขั้นตอน นั่นคือการฝึกฝน และจะเริ่มมีความเข้าใจไปเอง เมื่อฝึกฝนบ่อย ๆ ความชำนาญก็จะเกิดขึ้น ฝีมือก็จะพัฒนาไปเอง ข้อสำคัญอย่าเล็งผลเลิศเอาไว้มากนัก จะได้ไม่ท้อเมื่อยังทำไม่ได้ดี

อาลองค้นงานเขียนสีน้ำ สีอะคริลิก ที่เคยทำไว้ในลักษณะของการคัดลอกและเขียนขึ้นเองให้หนูดูเป็นแนวทาง เผื่อจะช่วยจุดประกายความคิดความตั้งใจได้บ้าง ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเลิศ แต่เป็นความพยายามของอาที่เกิดจากความอยากและความชอบในการเขียนสีน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานโดยตรงต่องาน PRESENT รูปลักษณ์และบรรยากาศทางสถาปัตยกรรม

หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์เพื่อประกอบอาชีพสถาปนิกนั้น สมัยอาก็เกือบยี่สิบปีแล้ว เรียกว่าตอนอาเรียนจบปริญญาตรีหนูก็เกิดพอดี ดังนั้นอาจจะล้าหลังไปแล้ว เราจะเรียนทั้งวิชาสามัญ วิชาคำนวณเพื่อใช้กับวิชาคำนวณโครงสร้างทางวิศวกรรม วิชาศิลปะแขนงต่าง ๆ เป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะ DRAWING PAINTING (อาเอางาน DREWING ให้หนูดูด้วยแล้ว) วิชาออกแบบทั่วไป วิชาออกแบบสถาปัตยกรรม วิชาเขียนแบบก่อสร้าง วิชาประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรม วิชาประกอบเกี่ยวกับแสง เสียง วิชาการวางผังชุมชน ผังเมือง วิชาประมาณราคา วิชาการจัดการ วิชาเกี่ยวกับภูมิสถาปัตยกรรม วิชาพืชสวน แล้วก็ปิดท้ายด้วยการวิจัยเตรียมตัวทำวิยานิพนธ์ และการออกแบบวิทยานิพนธ์เป็นผลงานสุดท้ายก่อนจะสำเร็จการศึกษา  

การเรียนในวิชาชีพใด ๆ นั้น เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วใช่ว่าจะเป็นนักวิชาชีพในสาขานั้น ๆ อย่างเต็มตัว แต่จะต้องทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาตนเองตลอดไป วิชาชีพเหล่านี้นอกจากการเรียนแล้ว ความสารรถ พรสวรรค์ ก็ทำให้แต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากัน อย่างการเขียนทัศนียภาพสวย ๆ นั้นใช่ว่าจะทำกันได้ทุกคน การเป็นสถาปนิกที่มีแนวคิด มีการออกแบบดี ๆ นั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นกันได้ทุกคน ตัวอาเองยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นสถาปนิก และถ้าจะเป็นก็คงประเภทหางแถวด้วยซ้ำ

อาดีใจที่ “บ้านและสวน” นั้นเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โดยเฉพาะกับนักเรียนนักศึกษา เพราะพวกหนูก็จะมาแทนที่อาในเวลาต่อไป ถ้าหนูรู้และมีความสามารถน้อยกว่าอา ประเทศเราก็จะเจริญอย่างเชื่องช้า การพัฒนาด้านต่าง ๆ ก็จะไม่เกิด ประเทศเพื่อนบ้านก็จะแซงหน้าเราไป อย่างนี้น่าเป็นห่วงมาก อาขอให้เยาวชนทุกคนเป็นเด็กดี มีความคิด มีความตั้งใจในการศึกษามาก ๆ อย่างหนูนะจ๊ะ

Recent Entries

Leave a Reply