บ้านพักผ่อนใบชนบท
บ้านพักผ่อนต่างอากาศ ฟังชื่อแล้วอาจจะดูเหมือนว่าเป็นบ้านของเศรษฐีเท่านั้น แต่ทุกวันนี้คนชั้นกลางหลายคนก็วางแผนจะมีบ้านพักผ่อนในชนบทเพราะมีที่ดินอยู่แล้ว หรือบางคนก็วางแผนไว้ว่าหลังเกษียณจะไปปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ในชนบทเป็นเรือนตาย ดังเห็นได้จากจดหมายจากผู้อ่านขอแบบบ้านพักผ่อนในชนบทมามากมาย เราจึงรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้
บ้านพักผ่อนในชนบทก็คล้าย ๆ กับบ้านตากอากาศดังนั้นรูปลักษณ์และส่วนใช้สอยต่าง ๆ น่าจะแตกต่างจากบ้านอยู่อาศัยในเมือง โดยความแตกต่างนั้นอยู่ที่สองลักษณะใหญ่ ๆ คือวัสดุก่อสร้างและตกแต่งกับส่วนใช้สอย ขอพูดถึงส่วนใช้สอยก่อน
ส่วนใช้สอยก็คือห้องและบริเวณต่าง ๆ ของบ้าน ถ้าบ้านอยู่อาศัยถาวรในเมืองมีห้องทุกอย่างครบ บ้านพักผ่อนในชนทบก็จะมีทุกอย่างครบ ยกเว้นหรืออาจยกเว้นห้องและบริเวณต่าง ๆ ต่อไปนี้
- - ห้องทำงาน ห้องสมุด
- - ห้องพระ
- - ห้องชมภาพยนตร์ ฟังเพลง
- - ห้องทำงานบ้าน
- - ห้องครัวหนัก
- - ห้องรับแขก
- - ห้องเก็บของ
- - สระว่ายน้ำ
อาจจะแปลกใจเกี่ยวกับห้องรับแขก เพราะจริง ๆ แล้วห้องรับแขกที่มีชุดโซฟาวางอยู่นั้นจะใช้เป็นห้องพักผ่อน - นั่งเล่นมากกว่า และถ้ามีแขกจริง ๆ ก็จะใช้เป็นห้องรับแขกไปในตัว ส่วนห้องเก็บของนั้น บ้านตากอากาศจะมีหรือไม่ก็ได้ แต่จะไม่กันไว้เป็นห้องใหญ่
ห้องนั่งเล่นในบ้านพักผ่อนนั้น ควรกำหนดเป็นห้องใหญ่ มีชุดโซฟา 1 - 2 ชุด มีบริเวณกว้าง เพราะเราจะใช้บริเวณนี้สำหรับการพักผ่อนมากกว่ากิจกรรมอื่นที่สำคัญคือ เราจะกำหนดระเบียงหรือ เทอเรซสำหรับใช้สอยเป็นสำคัญมากกว่าบ้านอยู่อาศัย โดยใช้เป็นบริเวณอเนกประสงค์ ซึ่งจะเห็นบรรยากาศโดยรอบมากกว่าจะอยู่ภายในบ้านอย่างเดียวซึ่งเป็นกิจกรรมหลังของการใช้บ้านพักผ่อนในชนบท ดังนั้นเราจะเห็นระเบียง เฉลียง หรือชานในบ้านตากอากาศอยู่เสมอ โดยจะเห็นเป็นส่วนต่อเนื่องกับห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และห้องนอน
สระว่ายน้ำ ความจริงสระว่ายน้ำเป็นส่วนใช้สอยเพื่อสันทนาการ จึงเหมาะกับบ้านตากอากาศ แต่อยู่ที่ว่าจะคุ้มค่าแก่การลงทุนและการใช้สอยมากเท่าใด ตลอดจนขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของท่านเจ้าของบ้านด้วยเราจึงเห็นสระว่ายน้ำในบ้านตากอากาศของพวกมหาเศรษฐีเป็นส่วนใหญ่
ห้องครัวหนักที่ระบุมานั้น หมายถึงครัวแบบจีนแบบไทยที่ใช้ต้มยำทำแกงพะแนงผัดกันกลิ่นควันโขมง ซึ่งการใช้ชีวิตตากอากาศนั้นคงไม่ใช้เวลากับการปรุงอาหารดังกล่าวมากนักนอกจากเป็นกลุ่มสังคมชั้นสูงที่มีบริวารรอบข้าง
ลักษณะการปลูกสร้างบ้านพักผ่อนที่หมายถึงการลงทุนนั้นมีอยู่สองลักษณะคือ ปลูกสร้างเองกับทำเป็นโครงการ ทั้งสองลักษณะจะมีแนวคิดในการออกแบบตัวบ้านไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดเท่าใดก็ตาม แต่โครงการจะมีพิเศษกว่าคือ ต้องวางผังรวมทั้งโครงการ มีส่วนกลางที่ใช้เป็นส่วนสันทนาการได้แก่ สโมสร สระว่ายน้ำ ภัตตาคาร ลักษณะโครงการเป็นทั้งขายขาดและให้เช่าเหมือนโรงแรม
เรื่องที่น่าสนใจก็คือ การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งอาคาร เพราะบ้านพักผ่อนจะเน้นรูปลักษณ์และใช้วัสดุในเชิงธรรมชาติ ได้แก่ ไม้ ตอไม้ ปีกไม้ หินก้อน หินแผ่นและกรวด ขอพูดถึงแนวความคิดในการออกแบบก่อน
แนวคิดในการออกแบบ
- - บ้านตากอากาศมักทำเป็น1 - 2 ชั้น หรือเป็นบ้านเล่นระดับ
- - การกำหนดส่วนใช้สอยต่าง ๆ จะเป็นไปตามความจำเป็นและความต้องการ ตามสภาพกิจกรมหรือสภาพการใช้สอยนั้น ๆ ส่วนใหญ่แล้วเพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ
- - การวางผังห้องและส่วนใช้สอยต่าง ๆ หากไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่และงบประมาณแล้วจะกำหนดให้ห้องต่าง ๆ มองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ เน้นนำธรรมชาติสภาพพื้นที่ ณ บริเวณนั้นให้ใกล้ชิดหรือสัมผัสได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ด้วยความเป็นสัดส่วนของห้องต่าง ๆ ตามสภาพการใช้สอยนั้น
- - ตำแหน่งที่ตั้งและการจัดวางห้องต่างๆ มักเป็นไปตามสภาพพื้นที่ ที่ราบ ที่สูงต่ำ เช่น เชิงเขา ที่เนิน ที่ริมน้ำ ลำธาร ทั้งนี้เพื่อความกลมกลืนและสัมผัสกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ ความคุ้มในการก่อสร้าง และความสะดวกในการใช้สอย
- - นอกจากศักยภาพในการมองเห็นทิวทัศน์และสัมผัสกับธรรมชาติแล้ว ความเป็นสัดส่วนการรับลม กันแดดฝน ก็เป็นสิ่งจำเป็น
แนวคิดการใช้วัสดุในการก่อสร้างและตกแต่ง
- - โครงสร้างที่ใช้เป็นมาตรฐาน คือคอนกรีตเสริมเหล็ก ในพื้นที่ที่หาไม้ได้ง่าย ได้ขนาด ได้อายุก็นำมาใช้เป็นวัสดุโครงสร้างได้ดีซึ่งเป็นการใช้โดยเฉพาะหรือใช้ผสมกันคอนกรีตเสริมเหล็ก
- - โครงสร้างรองและโครงสร้างประกอบกับโครงสร้างหลัก ควรใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น หินก้อน ตอไม้ ต้นไม้
- - วัสดุบุผิวพื้น ควรใช้วัสดุท้องถิ่นหรือผลิตภัณฑ์พื้นบ้านวัสดุธรรมชาติแปรรูป เช่น กระเบื้องดินเผา หินแผ่น หินก้อนกรวด ปีกไม้ ไม้แผ่น อิฐ ศิลาแลงหรือใช้ปูนซีเมนต์ฉาบผิวหยาบอย่างธรรมชาติ
- - วัสดุมุงหลังคา เน้นการใช้วัสดุพื้นบ้าน วัสดุธรรมชาติแปรรูป เช่น หลังคาดินเผา กระเบื้องว่าว กระเบื้องหางเหยี่ยวแป้นเกล็ด กระเบื้องลอนดินเผา (กระเบื้องกาบกล้วย)
แนวคิดรูปแบบของตัวบ้าน
ตามปกติบ้านตากอากาศจะไม่เน้นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมใด ๆ โดยชัดเจนนัก นอกจากรูปแบบที่เป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางหลักในการออกแบบรูปลักษณ์ของอาคาร โดยเราจะเห็นว่าลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นนั้นจะเกิดจากความต้องพื้นฐานในการใช้สอยและกันแดดฝน เช่น หลังคาจั่ว ระเบียง ชาน การยกพื้น และการก่อสร้างโดยวัสดุท้องถิ่น วัสดุธรรมชาติ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
สีที่ใช้มักจะเป็นสีที่มีพื้นฐานจากธรรมชาติ ได้แก้ สีอิฐ สีเปลือกไม้ ต้นไม้ สีของกรวด หิน ทราย และใช้สีพื้น เช่น สีขาว สีครีม สีน้ำตาลอ่อน สีเทา ข้อจำกัด คือ บ้านในชนทบที่ดีควรจะกลืนหายไปกับธรรมชาติ ไม่ใช่โดดเด่นออกมาจากธรรมชาติ
แนวคิดการตกแต่งภายใน
การตกแต่งภายในบ้านตากอากาศนั้นยังคงเน้นความเป็นธรรมชาติ โดยการใช้วัสดุตกแต่งก่อสร้างทั้งสีสันที่เป็นธรรมชาติเราจึงเห็นบ้านตากอากาศมักจะตกแต่งด้วยไม้ ปีกไม้ แผ่นไม้ ตอไม้ หิน กรวด ซีเมนต์ทาสี ฝ้า ฝา กระเบื้องแผ่นเรียบ แผ่นยิปซัมทาสี
รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ก็คงเน้นรูปลักษณ์และวัสดุธรรมชาติ เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผ้าฝ้าย ผ้ากระเบื้อง กระเบื้องดินเผา กระเบื้องเคลือบธรรมชาติ หิน วัสดุตกแต่งมักใช้ของพื้นเมืองของที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ มีข้อคิดอย่างหนึ่งคือ วัสดุธรรมชาตินั้นมักจะมีเส้นสายที่เป็นอิสระ บางครั้งเมื่อนำมาวางรวมกันอาจดูยุ่งเหยิง สีสันก็มักจะเป็นสีหนัก ๆ เช่น สีของไม้หรือหิน บางครั้งเราควรสลับจังหวะการจัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบ ๆ โปร่ง ๆ สีสว่างบ้าง หรืออาจทำผนังสีขาวเรียบบ้างในบางจุดแทนที่จะทำผนังปีกไม้ทั้งหมดเป็นต้น ลองนึกภาพบ้านปีกไม้ที่มีพื้นเป็นไม้ เพดานเป็นไม้และใช้เฟอร์นิเจอร์จากเกวียนเก่า ๆ ทั้งหมดดู จะเห็นว่าเป็นบ้านที่มีสีหนักเกินไป มีเส้นยุ่งเหยิงเกินไป ทั้งเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นยังมีน้ำหนักมากเกินไปด้วย เรื่องน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญ เฟอร์นิเจอร์ธรรมชาติมักจะมีน้ำหนักมาก ควรหาเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น ๆ วางสลับบ้าง
บ้านพักผ่อนในชนทบย่อมเป็นบ้านที่ไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นทางการหรือเร่งรัดเหมือนสังคมเมืองการออกแบบวางผังจึงมีลักษณะลำลอง เช่นเดียวกับการก่อสร้างที่แม้จะมีความแข็งแรงทนทานแต่ไม่จำเป็นต้องประณีตทุกกระเบียดนิ้ว และทำเลที่ตั้งนั้นจะอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติของป่าเขา หุบเขา เชิงเนิน ชายหาด ชายทะเล ริมแม่น้ำลำธาร บริเวณเหล่านี้จึงไม่ใช่ที่ราบเรียบเสอมไปการเลือกซื้อที่จึงพิจารณาที่ทำเลดังกล่าวเป็นหลัก เพราะเป็นทำเลที่ได้เปรียบในเชิงความยามมากกว่าที่ราบเรียบประเภทเรือกสวน ไร่นา อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบ้านมีความเข้าใจก็อาจทำที่ราบนั้นให้ดูดีได้ บางบ้านอาจใช้ทุ่งนาเป็นฉากประกอบบ้าน ขุดสระน้ำเสริม หรือเลือกบริเวณที่มีทางน้ำผ่านก็จะดูดีมาก หรือบ้านในสวนก็อาจทำบ้านคร่อมร่องสวน ทำลาน เฉลียง ยกพื้นสูงแบบบ้านสมัยโบราณ โดยให้เฉลียงนั้นโอบล้อมต้นไม้ในสวนไปเลย ก็จะทำให้บ้านน่าอยู่ดูเป็นธรรมชาติได้เช่นกัน
สรุป สิ่งสำคัญในการสร้างบ้านพักผ่อนในชนทบ คือ
- - พยายามใช้วัสดุในท้องถิ่นและใช้ช่างในท้องถิ่น
- - รูปแบบของบ้านไม่ควรโดดเด่นเกินธรรมชาติ ไม่ว่าท่านจะมีเงินสร้างบ้านใหญ่โตขนาดไหนก็ตาม ต้องให้ธรรมชาติเป็นพระเอก
- - เนื้อที่ใช้สอยอาจวางสลับกับบ้านในเมืองโดยสิ้นเชิงเลยก็ได้ เช่น ครัวอยู่หน้าบ้าน ห้องน้ำอยู่นอกบ้าน ไม่มีหลังคา เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสุขของท่านเป็นเกณฑ์
- - ถ้าใช้ช่างท้องถิ่นทำงานให้ท่าน ไม่ควรนำเทคนิคและวัสดุที่ใช้ในเมืองไปให้เขาทำ เพราะส่วนใหญ่เขาจะทำไม่ได้ แล้วท่านจะปวดศีรษะ ทางที่ดีควรไปศึกษาว่าช่างในท้องถิ่นนั้นเขาปลูกบ้านกันอย่างไร ใช้อะไรปลูก แล้วนำมาดัดแปลงใช้กับบ้านท่าน จะมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย
- - บ้านชายทะเลไม่ควรใช้โลหะประเภทไม่ทนสนิม เพราะมันจะเป็นสนิมหากเลือกใช้ทองเหลืองหรือสเตนเลสได้ก็จะดี แต่สเตนเลสดูไม่เป็นธรรมชาตินักทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการใช้โลหะกับบ้านชายทะเลจะดีกว่า
- - บ้านที่ปลูกในพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติ ควรยกระดับให้สูงจากพื้นพอสมควร เพราะนอกจากจะทำให้ท่านได้เห็นวิวกว้างไกลแล้ว ยังปลอดภัยจากสัตว์ร้ายทั้งน้อยใหญ่ ซึ่งมีอยู่ชุกชุม
- - บ้านชายทะเล ก่อนจะซื้อที่ดิน ควรศึกษาแนวน้ำขึ้นน้ำลงและการกัดเซาะของน้ำให้ดี บางแห่งอาจต้องทำเขื่อน หาไม่เมื่อท่านปลูกบ้านทิ้งไว้ เมื่อกลับมาดูอีกครั้ง บ้านของท่านที่เคยอยู่บนเนินทราย อาจจะกลายเป็นบ้านที่ปลูกอยู่ริมหน้าผาสูงชัน พร้อมจะถล่มลงในทะเลเมื่อใดก็ได้ เพราะธรรมชาติชายหาดนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ท่านควรเฝ้าดูนาน ๆ ก่อนซื้อ
- - หากท่านไม่มีข้าทาสบริวารเฝ้าบ้านยามท่านเข้าเมือง ก็จำเป็นต้องตีซี้กับลุงป้าน้าอาข้างบ้าน เพื่อนบ้านสำคัญมากสำหรับบ้านในชนทบ เขาอาจช่วยท่านเฝ้าบ้าน ทำกับข้าว เก็บผักเก็บหญ้ามาให้ท่านรับประทาน หากท่านปลูกเองไม่เป็น ท่านก็อาจต้องตอบแทนเขาบ้างตามสมควรและเลือกเพื่อนบ้านไปพร้อม ๆ กับเลือกทำเลปลูกบ้าน
ในกรณีนี้มีข้อแนะนำว่าหากท่านเลือกทำเลที่เขาจัดสรรไว้แล้วจะสะดวกมาก เพราะท่านเลือกเพื่อนเลือก
เพื่อนบ้านได้ อีกวิธีหนึ่งก็คือ ชวนพรรคพวกที่มีรสนิยมเดียวกับท่านมาปลูกบ้านอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และช่วยดูแลซึ่งกันและกัน
- - ควรศึกษากฎหมาย กฎบัญญัติต่าง ๆ ในท้องที่ให้ชัดเจนโดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินเพราะหากท่านซื้อที่ปลูกบ้านไปแล้ว ปรากฏว่าที่นั้นเป็นที่ ส.ป.ก.ไป ท่านจะลำบากหากท่านไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตในคณะรัฐบาล
- - ก่อนซื้อที่สำหรับปลูกสร้างบ้านพักผ่อน ไม่ว่าที่ใด ๆ ก็ตามควรไปดูหลาย ๆ ครั้ง หากปักกลดกางเต็นท์ ทำกระโจมนอนดูเลยได้ก็จะดี ท่านจะเล็งเห็นถึงธรรมชาติโดยรวม มุมโปร่ง มุมอับ ทางน้ำ ทางดินถล่ม ทางเสือผ่าน จอมปลวก ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบบ้านได้ดี